อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายรูปแบบ แต่ส่วนหนึ่งที่เกิดจากความประมาทและความไม่รอบคอบนั้นก็คือ “ยางรถยนต์” นั่นเอง ซึ่งก็มักจะทำให้ยางรถยนต์เกิดการระเบิดบ่อยๆ และส่งผลให้ยางในและสปริงเสียหาย ซึ่งหากเลวร้ายหน่อย ยาง ยางใน และ สปริงอาจจะเสียหายถาวรได้เลยทีเดียว โดยเพราะอะไรจึงทำให้ยางระเบิด นี่ก็คือสาเหตุนั่นเอง
1.ขับรถตกหลุมอย่างแรง

เมื่อรถของคุณตกลงหลุมจะทำให้ตัวน้ำหนักรถ แรงกดทั้งหมดถูกถ่ายเทมาที่ยาง ทำให้หน้ายางเกิดอาการบวมเป็นอย่างมาก และมีโอกาสยางระเบิดได้ ซึ่งทางป้องกันที่แนะนำคือ ให้ขับรถช้า ๆ ในพื้นที่ที่เป็นบ่อน้ำขังหรือพื้นที่ขรุขระ จะช่วยป้องกันการระเบิดของยางได้
2.ยางเสื่อมอายุแล้ว

เมื่อเราใช้รถยนต์ไปนานๆ ยางที่ใช้เป็นเวลานานจะมีอาการรั่วซึมได้ควรจะเปลี่ยนยางและควรจะเช็คสภาพยางบ่อยๆ ถ้าเจอรอยรั่ว รอยแตกกลายเป็นงา ยางบวม ดอกยางหมด ควรจะเปลี่ยนใหม่ทันที หรือถ้าเห็นยางยังดีอยู่แต่ ถ้าใช้มาเป็นเวลา 3-4 ปีแล้ว ก็ควรจะเปลี่ยนใหม่เช่นกัน
3.ลมยางอ่อนหรือตึงเกินไป

ถ้ายางอ่อนเกินไปหรือแข็งเกินไป ก็จะทำให้ยางระเบิดได้เช่นกัน แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้จะมีเซนเซอร์เตือนว่าลมยางผิดปกติหรือไม่ จึงไม่ค่อยมีปัญหามากนัก แต่ถ้าเป็นรถรุ่นเก่าควรจะเช็คทุกๆ 2 เดือน หรือจะซื้อเครื่องวัดลมยางแบบเรียลไทม์มาติด ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดีมากทีเดียว
4.ขับรถเหยียบของมีคม

ยางเป็นชิ้นส่วนหนึ่งที่ต้องสัมผัสบนพื้นถนนตลอด บางครั้งอาจจะไปเหยียบเศษแก้ว เหล็กคม หิมแหลม และอย่างอื่นอีกมากมาย ซึ่งเศษพวกนี้มันจะไปเจาะโดนยางนอกและยางในทำให้ตัวยางมีการระเบิดได้ส่วนการป้องกันก็คือให้คุณพยายามชะลอความเร็วเมื่อขับขี่รถอยู่ในพื้นที่ที่มีหินแหลมและในเขตก่อสร้างต่างๆ เป็นต้น
และนี่คือสาเหตุที่ทำให้ยางรถยนต์ระเบิด ดังนั้นเราควรที่จะเช็คสภาพยางรถยนต์ก่อนที่จะไปข้างนอกและควรดูสภาวะแวดล้อมก่อนที่จะออกไป ที่สำคัญอย่าลืมเตรียมเครื่องวัดลมยาง และยางสำรองไว้ เพื่อรับมือในยามที่เกิดเหตุฉุกเฉินกับรถยนต์ของคุณด้วย
เครดิตภาพ 4ddsportclub